ไพ่ BlackJackเทคนิคพื้นฐาน

ไพ่ BlackJackเทคนิคพื้นฐาน

ไพ่ BlackJackเทคนิคพื้นฐาน

ไพ่ BlackJackเทคนิคพื้นฐาน

BlackJack นับแต้มอย่างไร ตอนไหนถึงจะแยกไพ่สำหรับการนับแต้มไพ่ แบล็คแจ็ค จะต่างจากพวกไพ่อื่น ๆ ที่ใช้แค่หลักหน่วยเป็นตัวชี้ขาด สิ่งสำคัญในการวัดว่าใครแพ้หรือชนะคือแต้มรวมของไพ่ทั้งหมดในมือ ผู้ชนะคือคนที่รวมแต้มแล้วได้ 21 แต้มหรือใกล้เคียงที่สุด ส่วนคนที่ได้แต้มน้อยกว่าหรือว่ารวมแต้มแล้วเกิน 21 แต้มก็จะเป็นผู้แพ้ทันที ว่าแล้วเรามาดูแต้มไพ่กันดีกว่าครับว่าไพ่แต่ละใบมันมีกี่แต้ม จะได้ไม่พลาดกัน

-ไพ่ A (Ace) เป็นไพ่เดียวที่มีสองค่าแล้วแต่ว่าจะไปอยู่กับไพ่ใบไหน หากไปอยู่ร่วมกับไพ่ 10, J, Q หรือ K ก็จะทำให้มีค่าเป็น 11 แต้ม และทำให้ติด แบล็คแจ็ค ทันที แต่ถ้าไปอยู่กับพวกไพ่หน้าแต้ม 2-9 ไม่ว่าจะดอกไหนก็มีค่าแค่ 1 แต้มเท่านั้น

-ไพ่หน้าแต้ม 2-9 เป็นกลุ่มไพ่ที่มีค่าเท่ากับหมายเลขหน้าแต้ม

-ไพ่หน้า 10, J, Q และ K ทั้งสี่ใบนี้จะมีค่าเท่ากันคือ 10 แต้ม

ส่วนการแยกไพ่จะเกิดขึ้นในกรณีที่ผู้เล่นติดไพ่คู่ในช่วงสองใบแรก ได้แก่ AA หรือ 88 ซึ่งใน คาสิโนออนไลน์ ผู้เล่นจะถูกบังคับให้แยกไพ่อัตโนมัติ พร้อมกับบังคับให้วางเดิมพันเพิ่มตามขาที่แยก เพื่อที่จะได้เล่นไพ่ 2 ขาไปพร้อมกัน แต่ถ้าเงินไม่พอให้วางเดิมพัน ระบบก็จะบังคับให้หมอบหรือยอมแพ้นั่นเอง

หลังจากที่แยกไพ่แล้ว หากผู้เล่นได้ไพ่คู่ AA จะได้รับสิทธิ์เรียกไพ่เพิ่มอีกขาละ 1 ใบ แต่ถ้าได้ไพ่คู่ 88 ก็จะสามารถเรียกไพ่ได้ไม่จำกัดจนกว่าเราจะพอใจในแต้มที่คิดว่าใกล้เคียง 21 แต้มแล้ว ในกรณีที่ได้ไพ่คู่อื่น ผู้เล่นจะเลือกอยู่นิ่งก็ได้หากพอใจกับแต้มที่ได้ หรือจะเรียกไพ่เพิ่มก็ได้เช่นกัน

กติกาในการเล่น แบล็คแจ็ค บน คาสิโนออนไลน์

โดยทั่วไปแล้วกติกาในการเล่น BlackJack จะใช้พื้นฐานเดียวกันไม่ว่าจะเป็นการเล่นตามบ่อนคาสิโน วงไพ่ในบ้าน หรือว่า คาสิโนออนไลน์ เพียงแต่อย่างหลังอาจมีการปรับเปลี่ยนไปเล็กน้อยแล้วแต่เจ้ามือ ดังนั้นก่อนเล่นควรจะศึกษากติกาตรงนี้ให้ดีให้เข้าใจเสียก่อน จะได้ไม่ต้องมาโวยวายกันทีหลังว่าโดนโกง สำหรับกติกาพื้นฐานที่ใช้กันเป็นมาตรฐานสากลก็มีดังนี้

-ผู้เล่นแต่ละคนจะต้องจั่วไพ่เพิ่มแล้วรวมแต้มไพ่ในมือให้ได้ใกล้เคียงหรือเท่ากับ 21 แต้มให้มากที่สุด

-หากผู้เล่นจั่วไพ่แล้วรวมแต้มออกมาเกิน 21 แต้ม จะถือว่าแพ้ในเกมนั้นทันที โดยไม่สนว่าเจ้ามือจะมีแต้มมากน้อยแค่ไหน เพราะกฎเหล็กของเกมนี้คือ “อย่าให้เกิน 21 แต้ม”

-ในกรณีที่เจ้ามือรวมแต้มไพ่แล้วได้น้อยกว่า 17 แต้ม จะถูกบังคับให้จั่วไพ่เพิ่มเรื่อย ๆ และจะหยุดจั่วได้ก็ต่อเมื่อแต้มรวมของไพ่อยู่ระหว่าง 17 ถึง 21 แต้มเท่านั้น

-ฝั่งผู้เล่นสามารถเลือกได้ว่าจะจั่วไพ่หรือไม่ก็ได้ และไม่จำกัดจำนวนครั้งในการจั่ว และไม่สนใจด้วยว่าในมือผู้เล่นจะรวมไพ่แล้วได้กี่แต้ม

-หากผู้เล่นไม่ทำการจั่วไพ่ในเวลาที่กำหนด ระบบจะถือว่าเรา อยู่ โดยอัตโนมัติ

เทคนิคพื้นฐานที่ต้องรู้ในการเล่น BlackJack

 

แม้ว่า แบล็คแจ็ค เป็นเกมไพ่ที่แทบจะไม่ต้องใช้ดวง และเน้นไปที่ทักษะฝีมือและประสบการณ์ของผู้เล่นเป็นหลัก ถึงอย่างนั้นสำหรับผู้เล่นมือใหม่ที่เพิ่งเข้าสู่วงการก็สามารถนำเทคนิคเหล่านี้ไปใช้ในการเล่นได้เช่นเดียวกัน

-เมื่อใดก็ตามที่ไพ่ใบแรกของเจ้ามือออก A เราควรจะรีบเดิมพันประกันไพ่ทุกครั้ง เพราะจากสถิติแล้วมีโอกาสที่เจ้ามือจะติดไพ่ แบล็คแจ็ค สูงมาก เราเลยต้องทำไว้เพื่อได้คืน แม้ว่าจะมีบางครั้งที่เจ้ามือไม่ติด แบล็คแจ็ค และเราต้องเสียเงินเปล่าก็ตาม

-ในกรณีที่ได้ไพ่คู่สูงอย่าง AA, KK, QQ, JJ, 1010 และ 88 ถ้า คาสิโนออนไลน์ เปิดให้เราแยกไพ่ได้ทุกคู่ก็จัดเลย เพื่อเพิ่มโอกาสชนะ แต่สำหรับบางเว็บอาจจำกัดให้แยกได้แค่คู่ AA กับ 88 ถึงอย่างนั้นมันก็ยังควรแยกอยู่ดี ที่สำคัญอย่าลืมดูเงินในกระเป๋าด้วย ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นดวงซวยเพราะโดนบังคับให้หมอบเพียงแค่เงินไม่พอให้เล่นสองขา

-การจั่วไพ่ควรทำด้วยความระมัดระวัง ควรดูด้วยว่าแต้มรวมของไพ่ในมือเราอยู่ประมาณไหน หากรวมแล้วได้ไม่เกิน 11 แต้มก็น่าจั่วเพิ่มอยู่ แต่ถ้าได้สัก 12 หรือ 13 การอยู่จะเป็นทางเลือกที่ดี เพราะถ้าจั่วเพิ่มมันก็มีความเสี่ยงที่แต้มรวมจะทะลุ 21 แต้ม แทนที่จะชนะก็กลายเป็นแพ้เฉยเลย จำไว้ว่าตราบใดที่เจ้ามือไม่ได้ แบล็คแจ็ค เราก็ยังมีโอกาสชนะเสมอ

About the Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

You may also like these

PowerFul By Rufeo